แผลเรื้อรังได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะช่วยให้แผลเรื้อรังหายเร็วขึ้น

อ่าน 9,391

บาดแผลโดยทั่วไปมีสองประเภท: บาดแผลเฉียบพลัน คืออาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นทันที แผลจะหายเร็ว อีกประเภทหนึ่งคือแผลเรื้อรังซึ่งเป็นแผลที่ไม่หายจากกระบวนการรักษาปกติและเป็นเหตุให้น่าเป็นห่วง เพราะการรักษาที่ถูกต้องมีส่วนสำคัญในการช่วยให้แผลเรื้อรังหายเร็วขึ้น

ระยะรักษาเรื้อรัง


นพ. อรรถ นิติพร ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลขั้นตอนการรักษาแผลเรื้อรัง ต่างจากแผลเฉียบพลัน แบ่งเป็น 4 ระยะ

ระยะที่ 1 หยุดเลือดออกเป็นเวลา 1 ถึง 3 วัน

ระยะที่ 2 ระยะของการอักเสบไม่เกิน 1 สัปดาห์

ระยะที่ 3 เสริมสร้างเนื้อเยื่อ ระยะ 2-3 สัปดาห์

ขั้นตอนที่ 4 ขั้นตอนการปรับสภาพ


สมานแผลเรื้อรัง

สำหรับแผลที่หายเรื้อรัง แผลจะอยู่ในระยะของแผลเฉียบพลันระยะที่ 2 คือ ระยะอักเสบและไม่คืบหน้าถึงระยะที่ 3 หรือระยะฟื้นฟู ไม่มีเนื้อเยื่อรูปแบบใหม่ ดังนั้นการรักษาบาดแผลเรื้อรังจึงยากกว่าการรักษาแบบเฉียบพลัน เพราะต้องแก้ไขให้พ้นระยะอักเสบ

จุดสำคัญอีกจุดหนึ่งคือ สาเหตุทั่วไปของแผลเรื้อรัง อย่างแรก แผลเบาหวาน โดยเฉพาะแผลที่เท้า รองลงมาคือ แผลกดทับ แผลเลือดดำ ความเสื่อม และหลอดเลือดแดงตีบรวมทั้งการบาดเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรก เนื่องจากการดูแลบาดแผลเรื้อรังนั้นซับซ้อน ต้องแก้ไขสาเหตุของการบาดเจ็บด้วย นอกจากจะทำความสะอาดและแต่งแผลให้ถูกวิธีแล้ว รวมถึงการใช้ยาปฏิชีวนะก็มีเครื่องมือ เทคโนโลยีบำบัดมาเพื่อลดผลกระทบของบาดแผลเพื่อรักษาบาดแผลในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งต้องรักษาโดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องในแต่ละกรณี

แผลเบาหวานเรื้อรัง

แผลเบาหวานต้องได้รับการดูแลอย่างดีก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน ดังที่คุณทราบ โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่เพียงเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคแทรกซ้อน แต่ยังเพิ่มโอกาสที่คุณจะเกิดโรคแทรกซ้อนด้วย แต่ยังหมายถึงความน่าจะเป็นของการอักเสบของเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายเพิ่มขึ้นตามความกังวลคือ หากผู้ป่วยเบาหวานมีบาดแผลการติดเชื้อก็จะลุกลามได้ง่ายและหายยาก ควรใส่ใจดูแลบาดแผลโดยเด็ดขาด แผลเบาหวานเป็นแผลเรื้อรังที่พบบ่อยที่สุด เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานมีไขมันที่ไม่ได้ย่อยซึ่งจับกับหลอดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดแดงตีบและแข็งตัวและอุดตันในที่สุด ทำให้แผลหายยากเพราะไม่มีเลือดให้อาหาร

นอกจากนี้เมื่อผู้ป่วยเบาหวาน ระบบประสาท ประสาทสัมผัสเสื่อม อาจจะรู้สึกน้อยลงหรือไม่เลยก็ได้ ทำให้เท้าชา ไม่รู้สึกเจ็บ ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย ผู้ป่วยเบาหวานมักมีแผลพุพองก่อนที่จะรู้ตัว และอาการเจ็บได้ลุกลามไปในวงกว้างแล้ว นอกจากนี้ความผิดปกติของระบบประสาททำให้กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติส่งผลให้เท้าผิดรูป เท้าผิดรูป เนื้อรอบกระดูกในบางแห่งต้องมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ก็ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้เช่นกัน

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมแผลเบาหวานส่วนใหญ่จึงเกิดขึ้นที่เท้า เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานทำให้หลอดเลือดตีบและประสาทสัมผัสส่วนปลายเสื่อม ทำให้เกิดอาการชาเมื่อไม่รู้สึกว่าเป็นแผลที่เท้าในระยะแรก จนอาการบาดเจ็บรุนแรงจนทำให้รักษายาก การรักษาแบบ Slow Healing ถึงขั้นต้องตัดเท้าอย่างรุนแรง เน้นย้ำว่าอันตรายจากบาดแผลจากเบาหวานเป็นปัญหาเรื้อรังที่รักษายาก หากผู้ป่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดีการรักษาจะยาก แผลนั้นรักษายาก รักษาช้า หรืออาจรักษาไม่หาย กลไกการป้องกันผิดพลาด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่เนื้อร้ายของหลอดเลือดแดงส่วนปลายจะนำไปสู่การสูญเสียนิ้วหรือขา


การบาดเจ็บเรื้อรังที่เกิดจากอุบัติเหตุ

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ การรักษาอาการบาดเจ็บที่เกิดจากความร้อน เช่น ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก น้ำร้อนลวก ไฟฟ้าช็อต ฟ้าผ่า อันตรายจากการสูดดมควันร้อน อันตรายจากสารเคมี การเผาไหม้ที่รุนแรงที่สุดคือแผลไหม้มากกว่า 20% ของผิวกาย เนื่องจากความร้อนของเนื้อเยื่อ เซลล์จึงตาย ดังนั้นควรลดความร้อนให้เร็วที่สุดใน 15 นาทีแรก เพราะความร้อนจะลดลงเร็วขึ้น เนื้อเยื่อหรือเซลล์สามารถดำรงอยู่ได้ ในกรณีที่สัมผัสกับสารเคมีที่รุนแรงจะเป็นอันตรายมาก ส่วนใหญ่ต้องเข้ารับการรักษาในไอซียูทันที เป้าหมายของการรักษาแผลไฟไหม้เป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมการไหลเวียนของเลือด กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อ การกำจัดเนื้อร้ายและหนอง ปรับสภาพแวดล้อมให้สมานแผล เช่น อุณหภูมิ ความชื้น pH ปกป้องบาดแผลจากอันตรายต่างๆ เช่น ตุ่ม เชื้อโรค ฯลฯ

เพราะไม่มีใครอยากทำร้ายตัวเองในแต่ละวัน แต่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น อาการบาดเจ็บสาหัสมาก จนต้องนำส่งโรงพยาบาล การปฐมพยาบาลอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยไม่คำนึงถึงประเภทของการบาดเจ็บ จะช่วยให้สมานแผลได้ดีขึ้นและพร้อมรับการรักษากับแพทย์อย่างเหมาะสม

#แผลเรอรงรกษาอยางถกวธ #จะชวยใหแผลเรอรงหายไดเรวยงขน

0/5 (0 Reviews)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *