ท่าง่ายๆ ของ “แกว่งแขน” วันละ 10 นาที ช่วยรักษาสุขภาพได้มากกว่าที่คุณคิด แถมยังรักษาโรคได้มากมาย!!!

อ่าน 8,085

การออกกำลังกายสำหรับหลายๆ คนอาจดูยุ่งยาก ต้องการเวลามากหรือมีปัญหาสุขภาพ โรคข้อเข่าเสื่อม ไม่สามารถออกกำลังกาย การซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายที่บ้านมีราคาแพง และบางครั้งคุณก็ไม่อยากเล่นด้วย หรือเป็นที่เก็บของ แต่ปัญหานี้จะหมดไปในไม่กี่ขั้นตอนง่ายๆ…คือการแกว่งแขน

สำนักงานมูลนิธิสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มักจะออกมารณรงค์ อยากทราบว่าแกว่งแขนรักษาโรคและลดพุงได้หรือไม่?

แกว่งแขนรักษาโรคได้อย่างไร?


ท่าแกว่งแขนนี้เป็นศาสตร์แห่งการแพทย์แผนจีนที่สืบทอดกันมาหลายพันปี เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ง่าย ยิ่งไปกว่านั้น คุณสามารถทำได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเกิดจากความคิดที่ว่าคนป่วยหรือไม่สบายเพราะระบบไหลเวียนโลหิตไม่ดี

ตัวอย่างเช่น พนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานหลายชั่วโมงต่อวัน แทบจะลุกไม่ขึ้น แต่ถ้าลุกขึ้นยืด Lazy Twist ซักพัก เราจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างเห็นได้ชัด มันเหมือนกับว่าเราปรับปรุงการไหลเวียนโลหิตของหลักสูตร เมื่อเลือดและอากาศของร่างกายเดินได้ง่ายขึ้น ก็จะช่วยบรรเทาโรคได้เอง

เหตุใดจึงต้องใช้การจัดการแกว่งแขน?

เนื่องจากใต้ไหล่เรียกว่ารักแร้ คือจุดเชื่อมต่อของต่อมน้ำเหลือง หากเราขยับไหล่และรักแร้ด้วยการแกว่งแขน วิธีนี้จะช่วยให้ต่อมน้ำเหลืองเคลื่อนไหวได้ เมื่อต่อมน้ำเหลืองเคลื่อนตัว มันจะไหลเวียนไปทั่วร่างกาย อ้อ…อย่าลืม “ระบบน้ำเหลือง” รวมถึงม้าม ต่อมทอนซิล ต่อมไทมัส ฯลฯ เหล่านี้เป็นระบบที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อชำระร่างกาย มีหน้าที่กำจัดของเสียในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว แอนติบอดีของระบบภูมิคุ้มกันกรองสารแปลกปลอมเชื้อโรค

เมื่อระบบน้ำเหลืองไหลเวียนได้ง่ายและไม่หยุดชะงักก็จะช่วยรักษาโรคของเราได้ ในทางกลับกัน หากระบบน้ำเหลืองอุดตัน จะทำให้เกิดการอักเสบ บวมบริเวณที่มีน้ำเหลืองไหล เช่น คอ หลังหู ท้ายทอย หน้าอก รักแร้ ใต้ไหล่ ท้อง ท้อง ท้อง กลาง อก กับ สะดือ ในบริเวณขาหนีบ รอบๆ

ประโยชน์ของการแกว่งแขน


หากทำติดต่อกัน 10 นาที จะมีประโยชน์ในแง่ของการออกกำลังกาย คือการช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น สุขภาพร่างกายแข็งแรง ทำให้อารมณ์แจ่มใส เบิกบาน แต่ถ้าอยากบรรเทาโรคให้ได้ผล ต้องทำต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานขึ้น และควรทำบ่อยขึ้นทุกวันดีกว่า เพราะจะช่วยบรรเทาอาการต่างๆ เช่น

– ลดการสะสมของไขมัน หากเราควบคุมอาหารด้วย ก็จะช่วยลดพุงได้

– ลดความดันโลหิตสูง ช่วยให้เลือดไหลเวียนเป็นปกติ

– ลดความเครียด รู้สึกผ่อนคลาย

– การยืดกล้ามเนื้อจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า

– ลดอาการปวดคอและไหล่เนื่องจากการลงแรง

– แก้อาการออฟฟิศซินโดรม ไม่ว่าจะเป็นนิ้วล็อก มือชา ไหล่ติดจากการนั่งทำงานหน้าคอมฯ ไม่ว่าจะลุกขึ้นแกว่งแขนปล่อยให้เลือดจมลงเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้อย่างมาก

– ลดระดับน้ำตาลในเลือด ในการศึกษาหนึ่งคนที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ได้รับการฝึกออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขนเป็นเวลา 30 นาที 3 วันต่อสัปดาห์ รวมเป็น 8 สัปดาห์ หลังจากนั้นระดับน้ำตาลในเลือดของพวกเขาก็ลดลง

– ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะการแกว่งแขนจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

– เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยชะลอความเสื่อมของข้อเข่า เพราะสวิงอาร์มไม่รับน้ำหนักที่ขาเหมือนวิ่ง หรือปั่นจักรยานก็ได้ เหมาะกับผู้มีปัญหาเข่าหรือขา

เคล็ดลับในการแกว่งแขนอย่างถูกวิธี

ยืนขึ้นและแกว่งแขนขึ้นลงตามปกติ สิ่งนี้จะไม่ถูกต้อง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด มาดูวิธีแกว่งแขนลดพุงกันค่ะ สำนักงานมูลนิธิส่งเสริมสุขภาพ (ไทยเฮลท์) แนะนำว่า ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้:

1. ยืนตัวตรง เข่าตรง เท้าแยกจากกัน โดยมีระยะห่างประมาณความกว้างไหล่

2. ปล่อยมือทั้งสองข้างอย่างเป็นธรรมชาติ อย่าเครียด เก็บนิ้วไว้ด้วยกัน หันฝ่ามือของคุณกลับ

3. กระชับหน้าท้องส่วนล่าง เอวตั้งตรง ยืดหลัง คลายกระดูกคอ หัว และปาก ผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ

4. ทิ่มปลายนิ้วเท้าให้แนบกับพื้น ส้นแน่นบนพื้น ทำงานจนกล้ามเนื้อบริเวณเท้า ต้นขา และหน้าท้องตึงตัวจึงใช้ได้


5. ก้นควรยกขึ้นเล็กน้อย ในการบริหาร คุณต้องย่อบั้นท้ายของคุณ หรือทวารหนัก ก็เหมือนถูกยกให้หดตัวในลำไส้

6. มองตรงจุดใดก็ได้ สลัดความคิดฟุ้งซ่านกังวลทั้งหมด นั่งสมาธิให้รู้สึกที่เท้าของคุณ

7. ค่อยๆ เหวี่ยงแขนไปข้างหน้าทำมุม 30 องศากับร่างกายของคุณ หายใจเข้าและเหวี่ยงกลับเล็กน้อย ทำมุม 60 องศากับร่างกายของคุณเพื่อสร้างแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง หายใจออกในขณะที่คุณเหวี่ยงกลับ นับเป็นหนึ่ง โดยปล่อยน้ำหนักมือของคุณเหมือนลูกตุ้ม และต้องแปรงมือทุกครั้งเพื่อให้เลือดไหลเวียนถึงปลายนิ้ว

8. ควรทำอย่างต่อเนื่องครั้งละอย่างน้อย 10 นาที และในหนึ่งวันควรทำทั้งหมดอย่างน้อย 30 นาที ทำเช่นนี้ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ หากคุณทำเช่นนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 1.5 เดือน คุณควรเห็นผลลัพธ์ที่ต้องการแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มต้นครั้งแรก อย่าหักโหมจนเกินไป อาจลองแกว่งแขน 200-300 ครั้งในครั้งแรก แล้วค่อยๆ ในวันถัดไป เพิ่มจำนวนครั้งหรือนานกว่านั้นและแบ่งได้เป็นช่วงเช้า กลางวัน และเย็น ซึ่งต้องแกว่งครั้งละ 10 นาทีขึ้นไป และต้องทำต่อเนื่อง

#แค #แกวงแขน #นาทวน #ชวยบำบดสขภาพมากกวาทคด #แถมรกษาโรคไดเพยบ

0/5 (0 Reviews)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *